May 21, 2026

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกกำลัง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แถลงความร่วมมือ “การบูรณาการความร่วมมือเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพสู่การต่อยอดเชิงพาณิชย์”

Read Time:4 Minute, 27 Second

เดินหน้าสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพไทย เชื่อมงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริงอย่างยั่งยืน

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จัดพิธีแถลงความร่วมมือ เรื่อง “การบูรณาการความร่วมมือเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพสู่การต่อยอดเชิงพาณิชย์” เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อร่วมกันยกระดับศักยภาพนวัตกรรมสุขภาพของประเทศไทย ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และกลไกกำกับดูแลสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์และแข่งขันได้ในระดับสากล

พิธีแถลงความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการบูรณาการพลังระหว่างภาคการศึกษาและหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศ ในการร่วมกันสร้าง “ระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพ” (Health Innovation Ecosystem) ที่เอื้อต่อการเติบโตของนักวิจัย ผู้ประกอบการ และสตาร์ทอัพไทย ลดข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ พร้อมสนับสนุนให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพนวัตกรรมสามารถก้าวจาก “งานวิจัย” สู่ “การใช้ประโยชน์จริง” และขยายศักยภาพสู่การแข่งขันในระดับสากล ภายใต้นโยบาย “From Local to Global” ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

ภายในงานได้มีการเปิดตัวโครงการ “Chula x FDA Express for Innovation” ภายใต้แนวคิด “เส้นทางลัดการนำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสู่มาตรฐาน อย. อย่างมืออาชีพ” ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการไทยแบบครบวงจร ผ่านระบบ Fast-Track & Pre-Consultation และ One Stop Service เพื่อช่วยลดความซับซ้อนของกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การขึ้นทะเบียน และการขออนุญาต พร้อมเพิ่มโอกาสให้นวัตกรรมไทยสามารถเข้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว มีมาตรฐาน และแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นขับเคลื่อนบทบาทของมหาวิทยาลัยให้เป็น “พลังแห่งการสร้างการเปลี่ยนแปลง” ผ่านการผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริงในระดับประเทศ ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงความร่วมมือเชิงนโยบาย หากแต่เป็นการร่วมกันสร้าง ‘สะพานเชื่อม’ ระหว่างองค์ความรู้ งานวิจัย ภาคอุตสาหกรรม และกลไกกำกับดูแล เพื่อเปิดโอกาสให้นวัตกรรมไทยสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง มีมาตรฐาน และสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างยั่งยืน”

รวมทั้ง เป็นการยกระดับการดูแลเอาใจใส่ด้านคุณภาพอาหารและยาเพื่อพี่น้องประชาชนคนไทยให้มีมาตรฐานที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากมิติการควบคุมแล้ว สิ่งสำคัญคือการดูแลเอาใจใส่เพื่อสร้างสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น “Wellness Country” โดยจุฬาฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างคนหรือ “นวัตกรมาก่อนนวัตกรรมเสมอ” ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการรวมพลังระหว่างบุคลากรของ อย. และจุฬาฯ เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมไทยก้าวสู่ระดับนานาชาติ ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

ด้าน เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า อย. กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะ “เพื่อนคู่คิดของนวัตกรไทย” โดยให้ความสำคัญกับการทำงานเชิงรุก เพื่อสนับสนุนให้นักวิจัยและผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้มาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจสุขภาพจะเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ในการร่วมกันสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม ตั้งแต่ต้นทางของการวิจัย ไปจนถึงการสร้างโอกาสทางการตลาดและการส่งออกสู่ระดับสากล เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในระยะ

ทั้งนี้ ความร่วมมือภายใต้โครงการดังกล่าวถือเป็นโอกาสอันดีในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากนักวิจัย นวัตกร รวมถึงสตาร์ทอัพของจุฬาฯ ให้สามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ทั้งในและต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว โดย อย. จะเข้ามาสนับสนุนใน 3 ส่วนสำคัญ ประกอบด้วย การจัดอบรมหลักสูตรต่างๆ เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจในขั้นตอนการเตรียมเอกสารและข้อกำหนดในการขึ้นทะเบียน การอำนวยความสะดวกในกระบวนการพิจารณาอนุญาต ผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ การจัดทีมพี่เลี้ยงให้คำแนะนำแบบรายบุคคลแก่สตาร์ทอัพและนักวิจัย เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการขออนุมัติอนุญาตให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ที่ผ่านมา อย. จะเคยมีความร่วมมือเฉพาะทางกับคณะต่างๆ ของจุฬาฯ เช่น ร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์เรื่องหุ่นยนต์ทางการแพทย์, คณะเภสัชศาสตร์เรื่องการวิจัยยาและสมุนไพรใหม่ๆ รวมถึงคณะวิทยาศาสตร์ แต่ความร่วมมือในภาพรวมใหญ่ด้านนวัตกรรมระดับมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกและเป็นครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดระหว่าง อย. กับสถาบันการศึกษา เพื่อผลักดันนวัตกรรมไทยให้เห็นผลเป็นที่ประจักษ์

นอกจากนี้ ภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว ยังมีกิจกรรม Workshop และ Consultation Clinic ที่เปิดโอกาสให้นักวิจัย ผู้ประกอบการ และสตาร์ทอัพ ได้รับคำปรึกษาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญของ อย. ครอบคลุมผลิตภัณฑ์สุขภาพหลากหลายประเภท อาทิ อาหาร เครื่องสำอาง สมุนไพร ยา เครื่องมือแพทย์ และผลิตภัณฑ์สุขภาพนวัตกรรม เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการขึ้นทะเบียนอย่างมีประสิทธิภาพ

ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างสององค์กร หากแต่เป็น “จุดเริ่มต้นของการสร้างกลไกใหม่” ในการผลักดันนวัตกรรมสุขภาพไทยอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงตั้งแต่งานวิจัย มาตรฐาน กฎระเบียบ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ไปจนถึงการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพื่อร่วมกันผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพของภูมิภาคในอนาคต

 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Previous post บาร์บีคิวพลาซ่า ร่วมกับ มูลนิธิ SOS Thailand เดินหน้ากู้ชีพอาหารส่วนเกิน ส่งต่อวัตถุดิบสู่ชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง
Next post ECO-BRAND กาแฟใต้ร่มไม้ กับภารกิจคืนลมหายใจให้ผืนป่าและผู้คน